suckoja

me, myself and the ground

เรื่องดีๆมันจุดประกายกันได้ – ครึ่งแรก

ignite thailand ปลุกพลังบวก

กึก-กึก… กึก-กึก…

ผมเหม่อมองกระจกด้านตรงข้าม ในตู้โบกี้รถไฟฟ้า MRT แลเห็นชายหนุ่มหนวดครึ้ม หัวเกรียน คนนึง กำลังจ้องตอบกลับมา

หน้าตาของเขาหากมองเผินๆ อาจชวนให้ตกใจนึกว่าเป็นผู้ก่อการร้ายจากดินแดนตะวันออกกลาง

แปลกดีนะ ภายใต้ใบหน้าที่ดูน่ากลัวนั้น ดันกลับมีรอยยิ้มแฝงอยู่

ชายหนุ่มในกระจกนั้นยิ้มแบบบางๆ แต่เห็นได้ว่าเขากำลังมีความสุขอยู่ คล้ายเขาได้พบเจอกับเรื่องดีๆระหว่างทางมายังไงยังงั้น

เขาคนนั้นได้พบกับเรื่องดีๆจริงๆซะด้วย

เขาถูกจุดประกาย’พลังแห่งความดี’

ย้อนกลับไปยังเวลา 17.40 น. วันที่ 16 มิถุนายน 2553 ผมพาตัวเองเดินทางมายังสวนลุมพินี เพื่อเข้าร่วมงาน Ignite Thailand ++ ที่จัดขึ้น ณ ลุมพินีสถาน สวนลุมพินี

ตามกำหนดการณ์ในเว็บหลัก งานจะเริ่มต้นตั้งแต่ 18.00 น. ผมซึ่งพกกล้องมา ก็ควรจะรีบมาถึงงานให้เร็วๆก่อน จะได้จับจองตำแหน่งที่นั่งข้างหน้าเอาไว้ได้

คือผมคิดไปเองว่าหลายท่านน่าจะรีบมากันน่ะครับ

พอเดินเข้ามาในลุมพินีสถานแล้ว… ผู้คนหร็อมแหร็มจังเลย เดินไปลงทะเบียนแล้วก็เห็นว่าคนยังไม่มากันอีกเยอะเลย

แหม่… รีบมาซะเสียเที่ยวเลยตู

ในงานจัดส่วนเก้าอี้ไว้สองส่วน คือเก้าอี้ไม่มีพนักพิงคลุมผ้าสีน้ำตาล ส่วนหน้าเวที กับเก้าอี้เสริมมีพนักพิงสีขาว ที่เติมมาวางไว้เต็มฮอลล์ เตรียมรับกับผู้คนที่คาดว่าจะมากันมหาศาลราวเกือบ 700 ท่าน

หลังจากเดินไปเก็บรูป แชะนู่น แชะนี่ พอกล้อมแกล้ม ผมก็นั่งลงที่เก้าอี้แถวที่ห้าจากตัวหน้าสุดฝั่งซ้าย เพราะแลเห็นว่า ท่านอื่นๆที่มากันแล้ว เลือกที่จะไปนักลงที่เก้าอี้เสริม พาตัวเองให้ห่างไกลจากเวที แต่หากผมทำเช่นนั้น ผมคงอดได้เห็นอะไรดีๆที่มีแต่คนนั่งหน้าเท่านั้นจะได้เห็น

ผมนั่งแล้วก็เตรียมอุปกรณ์กล้องให้พร้อม ควักสมุดจดพร้อมดินสอออกมาละเลงความคิดลงไปก่อน มองไปมองมา เห็น @nuishow กำลังคุยอยู่กับทีมงาน เห็น @iwhale หัวขบวนจัดงานนี้เดินไปเดินมาอยู่ แล้วซักครู่ผมก็เห็น @rawitat นั่งอยู่ตรงส่วนคุมแสง สี เสียงของเวที

นาทีนี้ ก็มีคุณพี่คนนึงลงมานั่งข้างๆผม แล้วเริ่มต้นสนทนากับผมว่า

“Hi, Where are you come from?”

“พูดไทยก็ได้ครับ” ผมตอบเขากลับไป แบบไม่มีอารมณ์จะสานต่อความหวังที่เขาจะได้ทักทายฝรั่ง ได้ใช้ภาษาอังกฤษของตัวเองให้เต็มที่เสียหน่อย

หลังจากทำลายความหวังของคุณพี่เขาไปแล้ว ผมก็แนะนำตัว ถามชื่อพี่เขาได้ว่า คุณจิระศักดิ์ เราก็เสวนากันเล็กน้อย เขาก็ถามที่มาของผมว่าทำงานอะไร เกิดที่ไหนยังไง ผมก็ได้ทราบความจากพี่เขาด้วยว่า พี่เขามาร่วมงานนี้เพราะได้รับอีเมล์เชิญมาร่วมงาน

…นึกว่างานนี้มันจะประชาสัมพันธ์อยู่แต่ใน twitter ซะอีกวุ้ย

พอเริ่มไม่มีอะไรจะคุยกัน ที่นั่งแถวข้างผมก็มีคนเข้ามาจับจอง เห็นหน้าแล้วคลับคลา โอ้! คุณพี่อำเภอ หรือ @sarapuk นั่นเอง ผมทักทายเขาแล้วโชว์นามบัตรให้เป็นดูทันที พี่ @sarapuk ก็จำผมได้ด้วย ก็เมื่ออาทิตย์ก่อน พี่เขาเพิ่งมาเยี่ยมเยือนเคหะสถานไซเบอร์สเปซแห่งนี้ไปนี่นะ อ้ะ อ้ะ อ้ะ อ้ะ อ้ะ เลยได้นั่งคุยกันมันส์เลย

พอพี่ @sarapuk ลุกขึ้นไปเอาของว่างมากิน ผมเลยถือโอกาสเข้าไปทำความเคารพ @rawitat ที่นั่งอยู่ไม่ห่างกันนักซะเลย หลังจากแนะนำตัวแล้ว ผมก็ถามเรื่องความคืบหน้าของ #petdotalkshow โดยทันที ทำให้ได้รู้ว่าจากตอนแรกที่จะจัดวันที่ 12 เดือนนี้ ก็เลื่อนไปเป็น 24/7 แทน (วันเสาร์ที่ 24 เดือนกรกฏาคม)

มันมีนัยว่า #petdo นั้นเป็นเรื่องของธรรมชาติ มีอยู่ตลอดเวลา #petdo ทุกเมื่อเชื่อวัน รันทดแบบไม่รู้จบ …รึเปล่าฟะ?

คุยกับ @rawitat ต่อเล็กน้อย อาจารย์ยกเรื่องที่น่าสนใจอย่างความทุกข์ทรมานที่ต้องเขียน ภาษา C++ มานานหลายปี เหมือนเป็นช่วงที่ต้องชดใช้กรรมที่เคยได้ทำเอาไว้ พอหลุดจากภาษานี้ไปได้ ชีวิตก็ดีขึ้น… ฮาๆๆ เห็นด้วยเลยครับ อาจารย์

แล้วก็ขอตัวกลับไปนั่งที่เดิม รอคอยเวลาต่อไป เสวนากับพี่ @sarapuk อีกเล็กน้อย ตอนนี้ผมเห็น @iwhale เดินไปเดินมาอีกแล้ว อยากถามพี่เอ๋อจริงเลยครับว่า ได้นอนแล้วรึยังเนี่ย? เดี๋ยวกลายเป็นแบบเสธ.ไก่อูนะครับ : )

แล้วก็ถึงเวลาเริ่มงานที่ช้าไปกว่าที่คิดหน่อยๆ @nuishow ขึ้นมาพูดถึงที่มาที่ไปของการจัดงานครั้งนี้ วันนี้พี่หนุ่ยขึ้นเวทีมาดำเนินรายการคนเดียวตลอดทั้งโชว์ ได้พบพี่หนุ่ยมาเป็นครั้งที่สองแล้ว มุขหากินเรียกร้องความสนใจของพี่เขาก็ยังไม่เปลี่ยนครับ มันคือ…

“ทุกคนครับ ใครมางานนี้ผ่านทวิตเตอร์บ้าง ยกมือขึ้น”

“…” แต่ละคนก็ยกมือกันบ้างแบบเหนียมๆ ติดติ่งโช๊ะเด๊ะ กลัวชาวบ้านจะรู้ว่าวงแขนฉันไม่ขาวเนียน มีกลิ่นล่ะตัวเอง

“เอาใหม่นะครับ ทุกคนครับ ใครมางานนี้ผ่านทวิตเตอร์บ้าง เอามือลง… โอ้โฮ ทุกคนเลยนะครับ! ผมปลื้มใจจริงๆ”

มุขนี้หากินได้ทุกงานครับ จากนั้น @nuishow ก็เริ่มอธิบายระบบความโหดของการพรีเซนต์รูปแบบ ignite ให้รับฟังกัน ผมก็ขออธิบายซ้ำสำหรับท่านที่ไม่ได้ไปงานนี้ให้ฟังกันด้วยนะครับ

งาน Ignite จะให้ผู้พูดได้ทำการพรีเซนต์โดยจำกัดเวลาคนละ 5 นาที หรือ 300 วินาที ให้ผู้พูดเตรียมสไลด์มาทั้งหมด 20 สไลด์ อย่าขาด อย่าเกิน เมื่อถึงเวลาพูด สไลด์จะเปลี่ยนหน้าโดยอัตโนมัติเองทุกๆ 15 วินาที

เงื่อนไขโหดเลยนะครับ แต่ผมชอบใจนะ มีข้อบังคับในการพูดแบบนี้ มันกระตุ้นให้เราต้องมาคิดว่าจะเอายังไงกับการพูดของเราดี เพื่อให้เราสามารถส่งสารจุดประกายไปยังผู้ฟังได้ ภายในเวลาอันจำกัดเช่นนี้

จากนั้น @nuishow ก็แนะนำ igniter แต่ละท่าน เล่าถึงประวัติความเป็นมา profile ของแต่ละท่านให้ฟังกัน ช่วงนี้ก็มี sms ข้อความด่วน ส่งเข้ามาถึงพี่หนุ่ย (SMS ในที่นี้ส่งกันด้วยกระดาษอันเบ้งครับ) เป็นเรื่องคอขาดบาดตายมาก ต้องรีบประกาศโดยด่วน! เนื้อความว่า…

เชิญท่านผู้ร่วมงานเข้าห้องน้ำได้ที่หลังฮอลล์ เป็นห้องน้ำแยกชายหญิง

อืม… ห้องน้ำแยกชายหญิง

ขอบคุณที่บอกมวากครับ!!!!!!!!! (พลังการประชดมีเทียบเท่ากับจำนวนของอัศเจรีย์ที่ใส่ลงไป)

@nuishow กับ @Pi_Pooh โชว์งาน AR ของตัวเองอยู่

@nuishow ก็ประวิงเวลาไป เริ่มแนะนำ Igniter กันอีกรอบ เพื่อรอเวลาให้ @Pi_Pooh ได้ออกมาจุดประกายไอเดียเจ๋งๆของตัวเองกันหน่อย @Pi_Pooh นำเรื่อง Augment Reality ที่ทีมของเขา ลานเกียร์เทคโนโลยี ได้พัฒนาขึ้นมา ตอนสาธิตให้ดูนี่ @Pi_Pooh โชว์การเล่นระนาดแบบ Augment Reality ให้ดู อู้ฮู… นี่มันเกม Guitar Hero ฉบับ ระนาด อังกะลุง นี่หว่า! พอใส่นามบัตรของตัวเองเข้าไป ก็มีการโชว์ภาพสามมิติ ของตึกสำนักงานของบริษํทด้วยครับ เย้ดดดดด! เท่มากมายครับพี่

@nuishow กับคุณภานุ และ คุณชัยประนิน

เสร็จแล้วจากนั้น @nuishow ก็เชิญคุณภานุ อิงคะวัต และ คุณชัยประนิน วิสุทธิผล สองตัวแทนกลุ่มพลังบวก ขึ้นมาบนเวทีเพื่อกล่าวถึงกิจกรรมในวันนี้กันซักเล็กน้อย และพูุดถึงงานโฆษณาชิ้นที่เร่งทำเพื่อมาเปิดตัวในวันนี้ของทางกลุ่ม ใช้เวลาทำ 3 สัปดาห์เสร็จ เมื่อทุกอย่างพร้อมแล้วเราก็ได้ชมโฆษณาตัวนี้ ‘ปลุกพลังบวก เปลี่ยนประเทศไทย’ กันครับ

หนังเริ่มต้นฉายภาพระยะไกลมองเข้าไปหากขุการชุมนุม มีควันไฟลอยฟ่อง แล้วผู้พากย์ในหนังก็เริ่มต้นคำถามว่า

“เราทำอะไรผิดไปรึเปล่า?”

ผู้พากย์ถามคำถามไปเรื่อยๆ ภาพที่ฉายอยู่นั้นเป็นสิ่งเสื่อมค่าในสังคม เป็นข่าวแย่ๆในสังคม ที่พวกเราเสพย์กันอยู่จนรู้สึกชินชา ซึ่งตรงกับประเด็นที่ถาม จนสุดท้ายผู้พากย์ตอบออกมาว่า

“ขอโทษ ประเทศไทย”

ภาพฉายธงชาติไทยที่ขาดวิ่น โบกสะบัดพลิ้วไหวไปตามลม

…น้ำตาผมเริ่มปริ่มๆแล้วครับ

เมื่อโฆษณาจบลง เสียงปรบมือก็ดังกึกก้องขึ้นมาเพื่อตอบรับความยอดเยี่ยม และเข้าถึงอารมณ์เป็นที่สุดของโฆษณาชิ้นนี้ ผมที่ตอนแรกกำลังถ่ายรูปอยู่ ก็เอามือลงมานั่งตั้งใจดูโฆษณาตัวนี้ มันแฝงอะไรมากกว่าที่เราเห็น มันมีอะไรมากกว่าที่เราคิด สวยมากครับ เป็นโฆษณาที่สวยจริงๆ

จุ๋ย จุ๋ยส์ ขึ้นมาเล่นคอนเสิร์ตเดี่ยว

จากนั้นศิลปินคิดบวกอีกท่าน จุ๋ย จุ๋ยส์ ก็ขึ้นมาเล่นเดี่ยวบนเวที ร้องเพลง ‘ยาสูบ’ และเพลงประกอบบอลโลกของเจ้าตัว ‘สู้ซิสู้’ กันให้ฟัง ผมเพิ่งเคยได้ฟังจุ๋ย จุ๋ยส์เป็นครั้งแรกก็เวทีนี้ พูดได้เลยว่าจุ๋ย จุ๋ยส์ เป็นนักดนตรีที่ร้องได้เก่งมากครับ เจ๋งเลยล่ะ

เมื่อจุ๋ย จุ๋ยส์ ลงเวทีไปแล้ว ต่อไปก็เป็นคิวของ @iwhale จะขึ้นมาโชว์การพรีเซนท์แบบ ignite กันให้ดูก่อนเป็นตัวอย่าง เราสามารถนับแกเป็นคนที่ 0 ก็ได้นะ พี่เอ๋อขึ้นมายกประเด็นเรื่อง น้ำครึ่งแก้ว – ตัวอย่างสุดคลาสสิกของประเด็นการคิดบวกหรือคิดลบ แล้วชี้ให้เห็นว่า เราสามารถเลือกที่จะคิดได้ว่าอยากจะทำตัวเองให้อยู่ในอารมณ์แบบไหน พี่เอ๋อแสดงกราฟสัดส่วนระหว่าง ความรู้สึกของตัวเรา กับ พลังงานที่ได้ใช้ ซึ่งน่าสนใจว่า คนที่หวังสูงแต่ใช้แรงน้อย จะเป็นพวกช่างฝันแต่ไม่ลงมือทำ แต่ถ้าจิตตกและใช้แรงมาก จะเป็นพวกที่โมโหกับเรื่องทุกเรื่องไปหมด พี่เขาชี้ให้เห็นว่า ทำทั้งสองให้มันสมดุลกัน แล้วคุณจะมีความสุขกับการใช้ชีวิตได้

@iwhale กำลัง ignite

จากนั้นก็พูดถึงเรื่องของน้องเนส เด็กที่หูไม่ได้ยินเสียงใดๆมาตั้งแต่กำเนิด พี่เอ๋อเล่าเรื่องราวของพ่อแม่น้องเนส ที่ต้องหาเงินจำนวนมากเพื่อรักษาอาหารหูหนวกให้น้องเนส เล่าให้เห็นถึงแนวคิดบวกของพ่อแม่ที่ไม่ท้อแท้ สิ้นหวัง ก่อนปิดท้ายด้วยคำคมของงานนี้ พี่เอ๋ออยากให้พวกเราทุกคนได้เป็นปลวก… เป็นปลวกที่มีพลังบุกเข้าไปสู้กับปัญหาหรือ ‘ปลวกพลังบุก’ เมื่อผวนกลับมาก็ได้เป็น ‘ปลุกพลังบวก’

โอ้ว! เข้าใจคิดดีมากเลยครับพี่

แล้วก็ถึงเวลาที่รอคอยกันซะที… เวลาที่ Igniter ทั้ง 21 ท่านจะมาจุดประกายให้กับพวกเราทุกคนได้ฟังกัน

ท่านเจ้าคุณพระศรี ญาณโสภณ กำลัง ignite

พลังบวกสร้างชาติ

โดย ท่านเจ้าคุณพระศรีญาณโสภณ (ปิยโสภณ)

ท่านเจ้าคุณเล่าให้เห็นถึงพลังแห่งความคิดบวก ที่สามารถกลายมาเป็นพลังทวีคูณได้ ท่านขอให้เราคิดอย่างมีสติ และมีเมตตาธรรม แล้วเล่าว่าประเทศไทยเราก็เปรียบดังเรือพาย เป็นรัฐนาวาไทย แต่กลับไม่มีใครรับผิดชอบเรือรัฐนาวาไทยลำนี้ ท่านตั้งคำถามต่อไปว่าเราจะคืนกำไรให้กับแผ่นดินได้อย่างไร? โดยมิใช่แต่จะสูบทำกำไรจากแผ่นดินเอาอย่างเดียว ท่านขอให้เราเริ่มต้นด้วยการหัดรักผู้อื่น หัดมองคนอื่นด้วยความสงสารและเห็นใจ หัดยกย่องชื่นชม หัดไว้ใจ เข้าใจ เห็นใจ และวางใจซึ่งกันและกัน ก่อนปิดท้ายด้วยว่าตัวท่านนั้น ทั้งชีวิตที่เกิดมาท่าน “พลีชีพ เพื่อชาติ”

@hunt กำลัง ignite

No color – Truth has no color

โดย @hunt

@hunt เริ่มต้นกล่าวถึงที่มาของเว็บไซต์ nocolor.org ฉายภาพ search google ในสีโมโนโครม แล้วพิมพ์คำค้นหาว่า ‘ความจริง’ พูดถึงแนวคิดของ @fringer ที่แปะไว้ในโน้ตของเธอที่นี่ แล้วจัดทำเป็นเว็บแห่งนี้ออกมากันในวันที่โพสข้อความกันเลย ตอนนี้สรุปรวมกระบวนการกรองความจริงกันได้แล้ว เว็บนี้จะมีกระบวนการทำงานเป็นขั้นตอนดังนี้

1, 2, 3. รับ ตรวจสอบ กลั่นกรองหลักฐานที่ส่งขึ้นมาบนเว็บ

4. อภิปรายเหตุการณ์โดยการอ้างอิงหลักฐาน โดยให้สมาชิกในทุกระดับมาร่วมกันกลั่นกรอง

5. บรรณาธิการเขียนบทความเพื่อสรุปข้อเท็จจริง

แล้ว @hunt ก็โชว์ตัวอย่างเว็บไซต์ที่กำลังออกแบบกันอยู่โดย @imenn ก่อนปิดการจุดประกายด้วยการเชิญชวนทุกคนมาร่วมหาความจริงกันบน nocolor.org

@hunt พูดดีเลยล่ะครับ ฉลาด เสียงนุ่ม

@rawitat กำลัง ignite

Positive Thinking in Petsitive World

โดย @rawitat

@rawitat ขอต้อนรับทุกท่านเข้าสู่โลกแห่ง #petdo โลกที่คนอยู่อาศัยเขาคิดกันได้โคตรลบเลย @rawitat ก็เริ่มแสดงให้เห็นถึงมุมมองที่ต่างกับของคำบางคำเช่น ‘ไอ้ชั่ว’ – ‘i sure’ (ได้สิ) , ‘ไอ้เชี้ย’ – ‘i sheer’ (เชียร์นายนะ), ‘ไอ้เหี้ย’ – ‘i hear’ (ฉันได้ยินนายแล้ว) แล้วอธิบายว่าหากเรามองในแง่ลบ คำเหล่านี้จะมีความหมายที่แย่มาก แต่หากเรามองแง่บวก ฟังให้ดี นี่มันคำชม คำให้กำลังใจเลยนะ! แล้ว @rawitat ก็ชี้ให้เห็นถึงผลดีของการทำเพื่อผู้อื่น และข้อเสียของการทำดีเข้าแต่ตัวเอง ถ้าอยากแก้ไขปัญหาอย่างยั่งยืน จงแก้ที่เหตุของปัญหาซะ ไม่ใช่แค่เหตุที่เราทุกข์อย่างเดียว

จากนั้น @rawitat ก็แนะนำเว็บไซต์ iampetdo.com แหล่งศึกษาพฤติกรรม #petdo เชิงสร้างสรรค์ ก่อนจะประชาสัมพันธ์เรื่อง #petdotalkshow ที่จะจัดขึ้นวันที่ 24 เดือน 7 พร้อมกับเรียกทีมงานขึ้นมาถือตุ๊กตา #petdo แล้วทำการไหว้บูชามัน

ผมว่าอาจารย์ @rawitat แสดงท่าประกอบกับเล่นจังหวะของอารมณ์พูดได้ดีมากเลย เหมือนดูการแสดง Stand up Comedy เลยครับ สไลด์ของอาจารย์ @rawitat นั้นเล่นโทนสีขาว-ดำได้อย่างชาญฉลาดอีกด้วย เป็นการจุดประกายที่ผมชอบมากๆเลยครับ อย่างโดน!

คุณนที กำลัง ignite

Just see Him … To FRIENDS

โดย นที สรวาที

คุณนทีขึ้นมาเล่าเรื่องการทำงานเพื่อสังคมของเขา การได้พบเจอกับผู้คนที่อาศัยอยู่ที่สนามหลวง มีเคสมากมายที่น่าสงสารและแสดงถึงความจริงของสังคม หลายคนถูกนำมาทิ่งที่นี่ คุณนทีถามมาถึงพวกเราว่าคุณเห็นคนเหล่านี้รึเปล่า? ในเวลานี้ ด้วยความช่วยเหลือที่ถูกต้อง และกำลังใจที่ดี บางคนสามารถกลับมาเป็นพลังของสังคมได้แล้ว

ผศ.ดร.สุชนา กำลัง ignite

แอนตาร์กติก

โดย ผศ.ดร.สุชนา ชวนิตย์

ดร.สุชนา ขึ้นมาเล่าเรื่องการได้ไปทำงานวิจัยอยู่ที่ทวีปแอนตาร์กติก เธอเล่าว่าที่นี่เป็นห้องแล็บขนาดใหญ่ที่สุด ของนักวิทยาศาสตร์สายธรรมชาติ ไม่มีมนุษย์อาศัยอยู่อย่างถาวร มีนักวิทยาศาสตร์เดินทางมาทำการทดลองปีละ 3,000 คน เหล่านักวิทยาศาสตร์ต่างพากันมาสำรวจ เพราะที่นี่เหมือนเป็นหน้าต่างของอดีต ที่ทำให้รู้ว่าโลกเราเป็นอย่างไรมาก่อน ทวีปนี้จะเป็นแหล่งรับของเสียจากมนุษย์ ในกระบวนการดำรงชีวิตต่างๆของมนุษย์เรา ในเมื่อมนุษย์เราก็เป็นส่วนหนึ่งของธรรมชาติ เธอจึงขอเชิญชวนให้พวกเราลดการใช้โฟมวันละกล่อง เพื่อโลกของเรา

@pawoot กำลัง ignite

3 เทคนิคนำความสุขมากระแทกตัว – เทคนิคส่วนตัวที่ใช้แล้วได้ผล!

โดย @pawoot

ก่อนขึ้นมา @nuishow มีการจิกกัด @pawoot เล็กน้อยเรื่องการเผาสไลด์ ก่อนส่งมอบเวทีให้ชายหนุ่มพลังสูงคนนี้มาจุดประกายให้เราฟัง

@pawoot เริ่มจากการตั้งคำถามว่า ‘อะไรทำให้คุณไม่มีความสุข?’ ทำให้เราได้เห็นว่ามีปัญหาอยู่มากมายที่เกิดขึ้นกับเรา แต่หลักใหญ่ใจความสามารถแบ่งปัญหาได้เป็น 2 ประเภท คือปัญหาใน ‘อดีต’ กับ ‘อนาคต’ ก่อนที่จะแนะนำวิธีคลายทุกข์ด้วยการ มีสติ อยู่กับปัจจุบัน ปล่อยวางอดีตและอนาคตไปเสีย แล้วจึงแนะนำต่อให้เราคิดบวก อย่าไปคิดมาก ส่วนอีกเรื่องที่ทำให้คนไม่กล้ารับทำอะไรกัน เพราะกลัวว่าจะ “ทำไม่ได้” @pawoot แนะนำว่า มันต้องทำได้ จงพูดดี พูดคำที่สร้างพลังออกมา จากนั้นก็สรุปหลัก 3 ข้อ ในการสร้างความสุขดังนี้

  1. อยู่กับปัจจุบัน
  2. คิดบวก อย่าคิดมาก
  3. พูดดี คำพูดสร้างพลัง

น้องชิน กำลัง ignite

วัยรุ่นสายพันธ์ใหม่ ใส่ใจจิตอาสา

โดย ชินวิทย์ โสดี

น้องชินมาเล่าเรื่องของกลุ่มจิตอาสากุนนที โดยตัวของเขานั้นในวันหยุดเสาร์-อาทิตย์ จะไปสีไวโอลินเปิดหมวกเพื่อรวบรวมเงินไปช่วยเหลือในกิจกรรมเพื่อสังคมต่างๆ น้องชินเชื่อในเรื่องการให้ เมื่อเราให้ เราก็ได้รับความสุขกลับมา เป็น Win-Win กับทุกฝ่าย น้องชินเล่าถึงเรื่องเด็กคนนึงในโรงพยาบาลผู้ช่วยทางสมอง ที่ร้องแต่ว่า ‘ตั๊บแก่~ ตั๊บแก่~’ แต่พอทางกลุ่มจะกลับแล้ว เขาก็มากอดแสดงความขอบคุณทางกลุ่ม มีเพื่อนคนนึงของน้องชิน ได้มาร่วมทำกิจกรรมนี้ด้วย น้องคนนี้ออกแนวติดหญิง มาร่วมงานนี้เพราะหวังหญิงเอาไว้ พอเพื่อนน้องชินคนนี้ได้ลองเล่านิทานให้เด็กพิการได้ฟัง เด็กพิการคนนึงก็ถามน้องคนนี้ว่า

“พี่คะ พี่ได้เรียนหนังสือมั้ยคะ?”

“เรียนสิน้อง ทำไมล่ะ?”

“พี่คะ หนูอยากเรียนหนังสือ”

ประโยคนี้ได้เปลี่ยนชีวิตของน้องคนนั้นไปตลอดกาล น้องชินบอกถึง idol ตัวอย่างของน้อง นั่นคือในหลวงของเรา น้องชินจะขอเดินตามรอยท้าวพ่อ น้องชินขอเชิญชวนให้วัยรุ่นทั้งหลาย ลองเปลี่ยนมาสร้างประโยชน์ให้กับผู้อื่นกันดีไหม? ถ้าทำได้ น้องชินเชื่อว่า สังคมจะดีขึ้นได้ แน่นอน

เป็นการพูดที่ให้จับใจคนฟังมากที่สุดอันนึงของงานนี้เลยครับ น้องเขามีอายุแค่ 17 ปี แต่วัยวุฒิของน้องชินและเพื่อนๆ โตเกินกว่าคนรุ่นเดียวกันอีกเป็นจำนวนมาก ขอปรบมือให้น้องเขาเลยครับ น่าชื่นชมและสนับสนุนเป็นที่สุด เป็นแรงบันดาลใจดีๆให้กับเหล่าผู้ใหญ่ที่ ‘อยากมีจิตอาสา’ ได้มากเลยครับ น้องชิน

@kpayu กำลัง ignite

ทำไมต้องสอนว่ายน้ำให้เด็กหูหนวก

โดย @kpayu

ครูยุ อดีตนักว่ายน้ำชุดเยาวชนทีมชาติไทย ผู้ผันตัวเองมาเป็นครูสอนว่ายน้ำเด็กออทิสติกและเด็กหูหนวก ตอนวัยเด็ก ครูยุเป็นพวก hyperactive มาก่อน ครูยุเล่าให้ฟังว่าในแต่ละปี มีเด็กไทยที่เสียชีวิตจากการจมน้ำ 3000 กว่าราย ทุกเช้าที่ตื่นขึ้นมา จะมีเด็กที่ไม่มีโอกาสได้พบกับคำว่าพรุ่งนี้เพราะจมน้ำวันละ 10 คน ครูยุเล่าให้ฟังถึงความพยายามที่จะเรียนภาษามือเพื่อสื่อสารกับเด็กหูหนวกให้ได้ พอเริ่มสอนเด็กออทิสติกและหูหนวกชุดแรก 40 คน มีเด็กที่สามารถว่ายน้ำได้ถึง 38 คน

เคยมีคนถามครูยุว่า “ทำไปทำไม?” เหมือนกัน ครูยุก็ให้คำตอบโดยการเล่าว่า มีเด็กคนนึงชื่อพลอย ครูเคยถามน้องเขาว่า “ทำไมอยากเรียนว่ายน้ำ?” น้องพลอยตอบว่า “หนูเคยจมน้ำ อยากฝึกว่ายน้ำทุกวัน”

แล้วมันก็เกิดเหตุไม่คาดฝันขึ้นกับตัวผมครับ จู่ๆแบตเตอรี่กล้องผมมันก็หมด ขณะที่กำลังกดชัตเตอร์อย่างเมามันอยู่ ผมรีบหยิบแบตสำรองออกมาใส่เข้าแทน ปัญหานี้ย่อมแก้ได้! แต่แล้ว…

ผมลืมชาร์จแบตสำรองครับ

ขณะที่กำลังเซ็งอารมณ์อยู่นั้น @kpayu ก็จุดประกายจบแล้ว @kpayu ได้รับเสียงปรบมือกึกก้องดังมาก ผมรู้สึกเสียดายเป็นที่สุดที่ผมไม่ได้ตั้งใจฟังจนจบ และยิ่งแค้นหนักเข้าไปอีก เมื่อคนต่อไปจะเป็น @iannnnn ที่ผมตั้งใจว่าจะมาดูโดยเฉพาะเลย

อาการคิดลบกำลังเริ่มก่อตัวขึ้นในใจของผม…

แล้ว @iannnnn ก็ได้ขึ้นเวทีครับ

เรื่องของอ๊อด

โดย @iannnnn

@iannnnn ตัดพ้อ @nuishow เล็กน้อยที่อุตส่าห์เล่า profile ของตัวเขาซะดิบดี แต่เรื่องที่จะนำมาเล่านี้ ไม่ได้จะช่วยจุดประกายอะไรยิ่งใหญ่กับเขาเลย @iannnnn เล่าเรื่องเพื่อนของเขาคนนึง ให้ชื่อว่า ‘อ๊อด’ อ๊อดเป็นคนที่มีคุณสมบัติประเภท ‘ซูเนโอะ‘ อย่างเป็นที่สุด กัดจิกเทรนด์ล่าสุดที่มีอยู่ตอนนี้ว่า อ๊อดจะต้องมีกับเขาให้ได้ ฮากันสุดๆ

พอ @iannnnn ลงจากเวทีไปแล้ว @nuishow ขึ้นมาถาม @iannnnn เลยว่า “นี่ ผมเป็นอ๊อดใช่ม้ายยย!?”

ฮ่าๆๆๆๆๆๆๆ

สไลด์ของ @iannnnn นั้นเป็นเอกลักษณ์อยู่แล้ว เพราะ @iannnnn วาดเองทุกหน้า เข้าใจง่าย ฮา และได้สาระมากกว่าที่คิด และมันทำให้ผมค้นพบว่า…

เมื่อผมวางกล้องเก็บลงกระเป๋าไป ใจของผมไม่ต้องพะวงกับกล้องอีกแล้ว ผมสามารถเปิดตา เปิดหู เปิดโสตรับรู้ ดูการจุดประกายของ igniter ได้อย่างเต็มที่

นี่เราพลาดมานานเลยนะเนี่ย… เพิ่งจะรู้

เครื่องบินหลากสี

โดย @aston_ed

@aston_ed ขึ้นมาจุดประกายทางความคิดในเรื่องเครื่องบินหลากสี เขานำกราฟ Maslow’s Hierarchy of need ของ Abraham Maslow มาแสดงให้ดู แล้วมองว่าจุดสูงสุดแห่งความต้องการของมนุษย์คือการได้รู้จักตัวเอง ซึ่ง @aston_ed มองว่า มันตรงกับหลักของพระพุทธเจ้าว่า ถ้าอยากรู้จักตัวเอง จงมีสติ @aston_ed เล่าต่อถึงเครื่องบิน หากเรามองจากระยะไกล เราจะเห็นตัวเครื่องบินลำหนึ่ง แต่ถ้าเราลองมองเข้าไปดูใกล้ๆ ดูแต่ละส่วนประกอบของสิ่งที่เรียกว่าเครื่องบิน แท้จริงแล้ว เครื่องบินก็ไม่มีหรอก มีแต่สิ่งที่มนุษย์อุปโลกณ์ขึ้นมาเท่านั้น มนุษย์ก็เช่นเดียวกัน ตัวตนที่แท้จริงของเรานั้น ไม่มี เราเป็นแค่การรวมตัวอยู่ชั่วคราวของขันธ์ 5 ถึงเวลาก็จะดับสลาย แล้วแยกจากกันไป

สิ่งที่เห็นไม่ใช่สิ่งที่เป็น

โดย คุณสนธิญาณ ชื่นฤทัยในธรรม

ต้องขออภัยคุณสนธิญาณที่ผมจับใจความการพรีเซนท์ไม่ได้ด้วย ต้องขอโทษด้วยนะครับ (ไว้วิดีโอของทีมงาน ignite อัพขึ้นแล้ว ผมจะมาสรุปอีกทีครับ)

คุณสนธิญาณ มีแบบทดสอบศักยภาพความคิดมาให้ลองทำกันตอนท้าย คำถามมีอยู่ว่า วงกลมนี้จะแยกได้ยังไง? คุณสนธิญาณเฉลยคำตอบแรกว่า บางคนอาจจะทำการตัดวงกลมออกเป็นชิ้นๆ แต่เขาคิดต่างไป เขานำวงกลมอีกมากมายมหาศาลมาซ้อนทับมันเรื่อยๆ จนพื้นที่ทั้งสไลด์กลายเป็น สีน้ำเงินลายวงกลมล้วนไปทั้งพื้น เขาชี้ว่าคนเราควรคิดนอกกรอบ

พักครึ่งเวลา…

ผมว่าคนอ่านหลายท่าน คงช๊อกตายกับความยาวของครึ่งแรกนี้ไปแล้ว

ผมให้ท่านพักหายใจ แล้วมาตามอ่านกันต่อในครึ่งหลังครับ

กดเข้าไปอ่านต่อในครึ่งหลังได้

ปล. หากใครต้องการรายละเอียดในแต่ละการ ignite ที่ละเอียดยิบ ผมขอแนะนำให้ลองเข้าไปอ่าน Blog ของพี่อำเภอ
บันทึกงาน IgniteTH ปลุกพลังบวก เปลี่ยนประเทศไทย ช่วงที่ 1 กันครับ ละเอียดโคตรๆเลย

Tagged as: ,

9 Comments

  1. แวะมาดูคนแรก อ่านยาวเลยคราวนี้ สุดยอดครับ

  2. รออ่านครึ่งหลังค่ะ

  3. แวะมาอ่านแล้วนะครับ

Trackbacks

  1. Positive Thinking to change Petsitive World « rawitat.com | Rawitat Pulam
  2. เรื่องดีๆมันจุดกันได้ - ครึ่งหลัง
  3. Ignite Thailand++ – วันนี้คุณคิดบวกกันหรือยัง ? | 108BLOG.NET
  4. บันทึกงาน IgniteTH ปลุกพลังบวก เปลี่ยนประเทศไทย ช่วงที่ 2 | Amphur.in.th
  5. Ignite Thailand++ รวมพลังคิดบวก เพื่อเปลี่ยนประเทศไทย | PatSonic
  6. Bakuman ตอนที่ 90

Leave a Response