เรื่องดีๆมันจุดประกายกันได้ – ครึ่งแรก
กึก-กึก… กึก-กึก…
ผมเหม่อมองกระจกด้านตรงข้าม ในตู้โบกี้รถไฟฟ้า MRT แลเห็นชายหนุ่มหนวดครึ้ม หัวเกรียน คนนึง กำลังจ้องตอบกลับมา
หน้าตาของเขาหากมองเผินๆ อาจชวนให้ตกใจนึกว่าเป็นผู้ก่อการร้ายจากดินแดนตะวันออกกลาง
แปลกดีนะ ภายใต้ใบหน้าที่ดูน่ากลัวนั้น ดันกลับมีรอยยิ้มแฝงอยู่
ชายหนุ่มในกระจกนั้นยิ้มแบบบางๆ แต่เห็นได้ว่าเขากำลังมีความสุขอยู่ คล้ายเขาได้พบเจอกับเรื่องดีๆระหว่างทางมายังไงยังงั้น
เขาคนนั้นได้พบกับเรื่องดีๆจริงๆซะด้วย
เขาถูกจุดประกาย’พลังแห่งความดี’
…
ย้อนกลับไปยังเวลา 17.40 น. วันที่ 16 มิถุนายน 2553 ผมพาตัวเองเดินทางมายังสวนลุมพินี เพื่อเข้าร่วมงาน Ignite Thailand ++ ที่จัดขึ้น ณ ลุมพินีสถาน สวนลุมพินี
ตามกำหนดการณ์ในเว็บหลัก งานจะเริ่มต้นตั้งแต่ 18.00 น. ผมซึ่งพกกล้องมา ก็ควรจะรีบมาถึงงานให้เร็วๆก่อน จะได้จับจองตำแหน่งที่นั่งข้างหน้าเอาไว้ได้
คือผมคิดไปเองว่าหลายท่านน่าจะรีบมากันน่ะครับ
พอเดินเข้ามาในลุมพินีสถานแล้ว… ผู้คนหร็อมแหร็มจังเลย เดินไปลงทะเบียนแล้วก็เห็นว่าคนยังไม่มากันอีกเยอะเลย
แหม่… รีบมาซะเสียเที่ยวเลยตู
ในงานจัดส่วนเก้าอี้ไว้สองส่วน คือเก้าอี้ไม่มีพนักพิงคลุมผ้าสีน้ำตาล ส่วนหน้าเวที กับเก้าอี้เสริมมีพนักพิงสีขาว ที่เติมมาวางไว้เต็มฮอลล์ เตรียมรับกับผู้คนที่คาดว่าจะมากันมหาศาลราวเกือบ 700 ท่าน
หลังจากเดินไปเก็บรูป แชะนู่น แชะนี่ พอกล้อมแกล้ม ผมก็นั่งลงที่เก้าอี้แถวที่ห้าจากตัวหน้าสุดฝั่งซ้าย เพราะแลเห็นว่า ท่านอื่นๆที่มากันแล้ว เลือกที่จะไปนักลงที่เก้าอี้เสริม พาตัวเองให้ห่างไกลจากเวที แต่หากผมทำเช่นนั้น ผมคงอดได้เห็นอะไรดีๆที่มีแต่คนนั่งหน้าเท่านั้นจะได้เห็น
ผมนั่งแล้วก็เตรียมอุปกรณ์กล้องให้พร้อม ควักสมุดจดพร้อมดินสอออกมาละเลงความคิดลงไปก่อน มองไปมองมา เห็น @nuishow กำลังคุยอยู่กับทีมงาน เห็น @iwhale หัวขบวนจัดงานนี้เดินไปเดินมาอยู่ แล้วซักครู่ผมก็เห็น @rawitat นั่งอยู่ตรงส่วนคุมแสง สี เสียงของเวที
นาทีนี้ ก็มีคุณพี่คนนึงลงมานั่งข้างๆผม แล้วเริ่มต้นสนทนากับผมว่า
“Hi, Where are you come from?”
“พูดไทยก็ได้ครับ” ผมตอบเขากลับไป แบบไม่มีอารมณ์จะสานต่อความหวังที่เขาจะได้ทักทายฝรั่ง ได้ใช้ภาษาอังกฤษของตัวเองให้เต็มที่เสียหน่อย
หลังจากทำลายความหวังของคุณพี่เขาไปแล้ว ผมก็แนะนำตัว ถามชื่อพี่เขาได้ว่า คุณจิระศักดิ์ เราก็เสวนากันเล็กน้อย เขาก็ถามที่มาของผมว่าทำงานอะไร เกิดที่ไหนยังไง ผมก็ได้ทราบความจากพี่เขาด้วยว่า พี่เขามาร่วมงานนี้เพราะได้รับอีเมล์เชิญมาร่วมงาน
…นึกว่างานนี้มันจะประชาสัมพันธ์อยู่แต่ใน twitter ซะอีกวุ้ย
พอเริ่มไม่มีอะไรจะคุยกัน ที่นั่งแถวข้างผมก็มีคนเข้ามาจับจอง เห็นหน้าแล้วคลับคลา โอ้! คุณพี่อำเภอ หรือ @sarapuk นั่นเอง ผมทักทายเขาแล้วโชว์นามบัตรให้เป็นดูทันที พี่ @sarapuk ก็จำผมได้ด้วย ก็เมื่ออาทิตย์ก่อน พี่เขาเพิ่งมาเยี่ยมเยือนเคหะสถานไซเบอร์สเปซแห่งนี้ไปนี่นะ อ้ะ อ้ะ อ้ะ อ้ะ อ้ะ เลยได้นั่งคุยกันมันส์เลย
พอพี่ @sarapuk ลุกขึ้นไปเอาของว่างมากิน ผมเลยถือโอกาสเข้าไปทำความเคารพ @rawitat ที่นั่งอยู่ไม่ห่างกันนักซะเลย หลังจากแนะนำตัวแล้ว ผมก็ถามเรื่องความคืบหน้าของ #petdotalkshow โดยทันที ทำให้ได้รู้ว่าจากตอนแรกที่จะจัดวันที่ 12 เดือนนี้ ก็เลื่อนไปเป็น 24/7 แทน (วันเสาร์ที่ 24 เดือนกรกฏาคม)
มันมีนัยว่า #petdo นั้นเป็นเรื่องของธรรมชาติ มีอยู่ตลอดเวลา #petdo ทุกเมื่อเชื่อวัน รันทดแบบไม่รู้จบ …รึเปล่าฟะ?
คุยกับ @rawitat ต่อเล็กน้อย อาจารย์ยกเรื่องที่น่าสนใจอย่างความทุกข์ทรมานที่ต้องเขียน ภาษา C++ มานานหลายปี เหมือนเป็นช่วงที่ต้องชดใช้กรรมที่เคยได้ทำเอาไว้ พอหลุดจากภาษานี้ไปได้ ชีวิตก็ดีขึ้น… ฮาๆๆ เห็นด้วยเลยครับ อาจารย์
แล้วก็ขอตัวกลับไปนั่งที่เดิม รอคอยเวลาต่อไป เสวนากับพี่ @sarapuk อีกเล็กน้อย ตอนนี้ผมเห็น @iwhale เดินไปเดินมาอีกแล้ว อยากถามพี่เอ๋อจริงเลยครับว่า ได้นอนแล้วรึยังเนี่ย? เดี๋ยวกลายเป็นแบบเสธ.ไก่อูนะครับ : )
แล้วก็ถึงเวลาเริ่มงานที่ช้าไปกว่าที่คิดหน่อยๆ @nuishow ขึ้นมาพูดถึงที่มาที่ไปของการจัดงานครั้งนี้ วันนี้พี่หนุ่ยขึ้นเวทีมาดำเนินรายการคนเดียวตลอดทั้งโชว์ ได้พบพี่หนุ่ยมาเป็นครั้งที่สองแล้ว มุขหากินเรียกร้องความสนใจของพี่เขาก็ยังไม่เปลี่ยนครับ มันคือ…
“ทุกคนครับ ใครมางานนี้ผ่านทวิตเตอร์บ้าง ยกมือขึ้น”
“…” แต่ละคนก็ยกมือกันบ้างแบบเหนียมๆ ติดติ่งโช๊ะเด๊ะ กลัวชาวบ้านจะรู้ว่าวงแขนฉันไม่ขาวเนียน มีกลิ่นล่ะตัวเอง
“เอาใหม่นะครับ ทุกคนครับ ใครมางานนี้ผ่านทวิตเตอร์บ้าง เอามือลง… โอ้โฮ ทุกคนเลยนะครับ! ผมปลื้มใจจริงๆ”
มุขนี้หากินได้ทุกงานครับ จากนั้น @nuishow ก็เริ่มอธิบายระบบความโหดของการพรีเซนต์รูปแบบ ignite ให้รับฟังกัน ผมก็ขออธิบายซ้ำสำหรับท่านที่ไม่ได้ไปงานนี้ให้ฟังกันด้วยนะครับ
งาน Ignite จะให้ผู้พูดได้ทำการพรีเซนต์โดยจำกัดเวลาคนละ 5 นาที หรือ 300 วินาที ให้ผู้พูดเตรียมสไลด์มาทั้งหมด 20 สไลด์ อย่าขาด อย่าเกิน เมื่อถึงเวลาพูด สไลด์จะเปลี่ยนหน้าโดยอัตโนมัติเองทุกๆ 15 วินาที
เงื่อนไขโหดเลยนะครับ แต่ผมชอบใจนะ มีข้อบังคับในการพูดแบบนี้ มันกระตุ้นให้เราต้องมาคิดว่าจะเอายังไงกับการพูดของเราดี เพื่อให้เราสามารถส่งสารจุดประกายไปยังผู้ฟังได้ ภายในเวลาอันจำกัดเช่นนี้
จากนั้น @nuishow ก็แนะนำ igniter แต่ละท่าน เล่าถึงประวัติความเป็นมา profile ของแต่ละท่านให้ฟังกัน ช่วงนี้ก็มี sms ข้อความด่วน ส่งเข้ามาถึงพี่หนุ่ย (SMS ในที่นี้ส่งกันด้วยกระดาษอันเบ้งครับ) เป็นเรื่องคอขาดบาดตายมาก ต้องรีบประกาศโดยด่วน! เนื้อความว่า…
เชิญท่านผู้ร่วมงานเข้าห้องน้ำได้ที่หลังฮอลล์ เป็นห้องน้ำแยกชายหญิง
อืม… ห้องน้ำแยกชายหญิง
ขอบคุณที่บอกมวากครับ!!!!!!!!! (พลังการประชดมีเทียบเท่ากับจำนวนของอัศเจรีย์ที่ใส่ลงไป)
@nuishow ก็ประวิงเวลาไป เริ่มแนะนำ Igniter กันอีกรอบ เพื่อรอเวลาให้ @Pi_Pooh ได้ออกมาจุดประกายไอเดียเจ๋งๆของตัวเองกันหน่อย @Pi_Pooh นำเรื่อง Augment Reality ที่ทีมของเขา ลานเกียร์เทคโนโลยี ได้พัฒนาขึ้นมา ตอนสาธิตให้ดูนี่ @Pi_Pooh โชว์การเล่นระนาดแบบ Augment Reality ให้ดู อู้ฮู… นี่มันเกม Guitar Hero ฉบับ ระนาด อังกะลุง นี่หว่า! พอใส่นามบัตรของตัวเองเข้าไป ก็มีการโชว์ภาพสามมิติ ของตึกสำนักงานของบริษํทด้วยครับ เย้ดดดดด! เท่มากมายครับพี่
เสร็จแล้วจากนั้น @nuishow ก็เชิญคุณภานุ อิงคะวัต และ คุณชัยประนิน วิสุทธิผล สองตัวแทนกลุ่มพลังบวก ขึ้นมาบนเวทีเพื่อกล่าวถึงกิจกรรมในวันนี้กันซักเล็กน้อย และพูุดถึงงานโฆษณาชิ้นที่เร่งทำเพื่อมาเปิดตัวในวันนี้ของทางกลุ่ม ใช้เวลาทำ 3 สัปดาห์เสร็จ เมื่อทุกอย่างพร้อมแล้วเราก็ได้ชมโฆษณาตัวนี้ ‘ปลุกพลังบวก เปลี่ยนประเทศไทย’ กันครับ
หนังเริ่มต้นฉายภาพระยะไกลมองเข้าไปหากขุการชุมนุม มีควันไฟลอยฟ่อง แล้วผู้พากย์ในหนังก็เริ่มต้นคำถามว่า
“เราทำอะไรผิดไปรึเปล่า?”
ผู้พากย์ถามคำถามไปเรื่อยๆ ภาพที่ฉายอยู่นั้นเป็นสิ่งเสื่อมค่าในสังคม เป็นข่าวแย่ๆในสังคม ที่พวกเราเสพย์กันอยู่จนรู้สึกชินชา ซึ่งตรงกับประเด็นที่ถาม จนสุดท้ายผู้พากย์ตอบออกมาว่า
“ขอโทษ ประเทศไทย”
ภาพฉายธงชาติไทยที่ขาดวิ่น โบกสะบัดพลิ้วไหวไปตามลม
…น้ำตาผมเริ่มปริ่มๆแล้วครับ
เมื่อโฆษณาจบลง เสียงปรบมือก็ดังกึกก้องขึ้นมาเพื่อตอบรับความยอดเยี่ยม และเข้าถึงอารมณ์เป็นที่สุดของโฆษณาชิ้นนี้ ผมที่ตอนแรกกำลังถ่ายรูปอยู่ ก็เอามือลงมานั่งตั้งใจดูโฆษณาตัวนี้ มันแฝงอะไรมากกว่าที่เราเห็น มันมีอะไรมากกว่าที่เราคิด สวยมากครับ เป็นโฆษณาที่สวยจริงๆ
จากนั้นศิลปินคิดบวกอีกท่าน จุ๋ย จุ๋ยส์ ก็ขึ้นมาเล่นเดี่ยวบนเวที ร้องเพลง ‘ยาสูบ’ และเพลงประกอบบอลโลกของเจ้าตัว ‘สู้ซิสู้’ กันให้ฟัง ผมเพิ่งเคยได้ฟังจุ๋ย จุ๋ยส์เป็นครั้งแรกก็เวทีนี้ พูดได้เลยว่าจุ๋ย จุ๋ยส์ เป็นนักดนตรีที่ร้องได้เก่งมากครับ เจ๋งเลยล่ะ
เมื่อจุ๋ย จุ๋ยส์ ลงเวทีไปแล้ว ต่อไปก็เป็นคิวของ @iwhale จะขึ้นมาโชว์การพรีเซนท์แบบ ignite กันให้ดูก่อนเป็นตัวอย่าง เราสามารถนับแกเป็นคนที่ 0 ก็ได้นะ พี่เอ๋อขึ้นมายกประเด็นเรื่อง น้ำครึ่งแก้ว – ตัวอย่างสุดคลาสสิกของประเด็นการคิดบวกหรือคิดลบ แล้วชี้ให้เห็นว่า เราสามารถเลือกที่จะคิดได้ว่าอยากจะทำตัวเองให้อยู่ในอารมณ์แบบไหน พี่เอ๋อแสดงกราฟสัดส่วนระหว่าง ความรู้สึกของตัวเรา กับ พลังงานที่ได้ใช้ ซึ่งน่าสนใจว่า คนที่หวังสูงแต่ใช้แรงน้อย จะเป็นพวกช่างฝันแต่ไม่ลงมือทำ แต่ถ้าจิตตกและใช้แรงมาก จะเป็นพวกที่โมโหกับเรื่องทุกเรื่องไปหมด พี่เขาชี้ให้เห็นว่า ทำทั้งสองให้มันสมดุลกัน แล้วคุณจะมีความสุขกับการใช้ชีวิตได้
จากนั้นก็พูดถึงเรื่องของน้องเนส เด็กที่หูไม่ได้ยินเสียงใดๆมาตั้งแต่กำเนิด พี่เอ๋อเล่าเรื่องราวของพ่อแม่น้องเนส ที่ต้องหาเงินจำนวนมากเพื่อรักษาอาหารหูหนวกให้น้องเนส เล่าให้เห็นถึงแนวคิดบวกของพ่อแม่ที่ไม่ท้อแท้ สิ้นหวัง ก่อนปิดท้ายด้วยคำคมของงานนี้ พี่เอ๋ออยากให้พวกเราทุกคนได้เป็นปลวก… เป็นปลวกที่มีพลังบุกเข้าไปสู้กับปัญหาหรือ ‘ปลวกพลังบุก’ เมื่อผวนกลับมาก็ได้เป็น ‘ปลุกพลังบวก’
โอ้ว! เข้าใจคิดดีมากเลยครับพี่
แล้วก็ถึงเวลาที่รอคอยกันซะที… เวลาที่ Igniter ทั้ง 21 ท่านจะมาจุดประกายให้กับพวกเราทุกคนได้ฟังกัน
…
พลังบวกสร้างชาติ
โดย ท่านเจ้าคุณพระศรีญาณโสภณ (ปิยโสภณ)
ท่านเจ้าคุณเล่าให้เห็นถึงพลังแห่งความคิดบวก ที่สามารถกลายมาเป็นพลังทวีคูณได้ ท่านขอให้เราคิดอย่างมีสติ และมีเมตตาธรรม แล้วเล่าว่าประเทศไทยเราก็เปรียบดังเรือพาย เป็นรัฐนาวาไทย แต่กลับไม่มีใครรับผิดชอบเรือรัฐนาวาไทยลำนี้ ท่านตั้งคำถามต่อไปว่าเราจะคืนกำไรให้กับแผ่นดินได้อย่างไร? โดยมิใช่แต่จะสูบทำกำไรจากแผ่นดินเอาอย่างเดียว ท่านขอให้เราเริ่มต้นด้วยการหัดรักผู้อื่น หัดมองคนอื่นด้วยความสงสารและเห็นใจ หัดยกย่องชื่นชม หัดไว้ใจ เข้าใจ เห็นใจ และวางใจซึ่งกันและกัน ก่อนปิดท้ายด้วยว่าตัวท่านนั้น ทั้งชีวิตที่เกิดมาท่าน “พลีชีพ เพื่อชาติ”
No color – Truth has no color
โดย @hunt
@hunt เริ่มต้นกล่าวถึงที่มาของเว็บไซต์ nocolor.org ฉายภาพ search google ในสีโมโนโครม แล้วพิมพ์คำค้นหาว่า ‘ความจริง’ พูดถึงแนวคิดของ @fringer ที่แปะไว้ในโน้ตของเธอที่นี่ แล้วจัดทำเป็นเว็บแห่งนี้ออกมากันในวันที่โพสข้อความกันเลย ตอนนี้สรุปรวมกระบวนการกรองความจริงกันได้แล้ว เว็บนี้จะมีกระบวนการทำงานเป็นขั้นตอนดังนี้
1, 2, 3. รับ ตรวจสอบ กลั่นกรองหลักฐานที่ส่งขึ้นมาบนเว็บ
4. อภิปรายเหตุการณ์โดยการอ้างอิงหลักฐาน โดยให้สมาชิกในทุกระดับมาร่วมกันกลั่นกรอง
5. บรรณาธิการเขียนบทความเพื่อสรุปข้อเท็จจริง
แล้ว @hunt ก็โชว์ตัวอย่างเว็บไซต์ที่กำลังออกแบบกันอยู่โดย @imenn ก่อนปิดการจุดประกายด้วยการเชิญชวนทุกคนมาร่วมหาความจริงกันบน nocolor.org
@hunt พูดดีเลยล่ะครับ ฉลาด เสียงนุ่ม
Positive Thinking in Petsitive World
โดย @rawitat
@rawitat ขอต้อนรับทุกท่านเข้าสู่โลกแห่ง #petdo โลกที่คนอยู่อาศัยเขาคิดกันได้โคตรลบเลย @rawitat ก็เริ่มแสดงให้เห็นถึงมุมมองที่ต่างกับของคำบางคำเช่น ‘ไอ้ชั่ว’ – ‘i sure’ (ได้สิ) , ‘ไอ้เชี้ย’ – ‘i sheer’ (เชียร์นายนะ), ‘ไอ้เหี้ย’ – ‘i hear’ (ฉันได้ยินนายแล้ว) แล้วอธิบายว่าหากเรามองในแง่ลบ คำเหล่านี้จะมีความหมายที่แย่มาก แต่หากเรามองแง่บวก ฟังให้ดี นี่มันคำชม คำให้กำลังใจเลยนะ! แล้ว @rawitat ก็ชี้ให้เห็นถึงผลดีของการทำเพื่อผู้อื่น และข้อเสียของการทำดีเข้าแต่ตัวเอง ถ้าอยากแก้ไขปัญหาอย่างยั่งยืน จงแก้ที่เหตุของปัญหาซะ ไม่ใช่แค่เหตุที่เราทุกข์อย่างเดียว
จากนั้น @rawitat ก็แนะนำเว็บไซต์ iampetdo.com แหล่งศึกษาพฤติกรรม #petdo เชิงสร้างสรรค์ ก่อนจะประชาสัมพันธ์เรื่อง #petdotalkshow ที่จะจัดขึ้นวันที่ 24 เดือน 7 พร้อมกับเรียกทีมงานขึ้นมาถือตุ๊กตา #petdo แล้วทำการไหว้บูชามัน
ผมว่าอาจารย์ @rawitat แสดงท่าประกอบกับเล่นจังหวะของอารมณ์พูดได้ดีมากเลย เหมือนดูการแสดง Stand up Comedy เลยครับ สไลด์ของอาจารย์ @rawitat นั้นเล่นโทนสีขาว-ดำได้อย่างชาญฉลาดอีกด้วย เป็นการจุดประกายที่ผมชอบมากๆเลยครับ อย่างโดน!
Just see Him … To FRIENDS
โดย นที สรวาที
คุณนทีขึ้นมาเล่าเรื่องการทำงานเพื่อสังคมของเขา การได้พบเจอกับผู้คนที่อาศัยอยู่ที่สนามหลวง มีเคสมากมายที่น่าสงสารและแสดงถึงความจริงของสังคม หลายคนถูกนำมาทิ่งที่นี่ คุณนทีถามมาถึงพวกเราว่าคุณเห็นคนเหล่านี้รึเปล่า? ในเวลานี้ ด้วยความช่วยเหลือที่ถูกต้อง และกำลังใจที่ดี บางคนสามารถกลับมาเป็นพลังของสังคมได้แล้ว
แอนตาร์กติก
โดย ผศ.ดร.สุชนา ชวนิตย์
ดร.สุชนา ขึ้นมาเล่าเรื่องการได้ไปทำงานวิจัยอยู่ที่ทวีปแอนตาร์กติก เธอเล่าว่าที่นี่เป็นห้องแล็บขนาดใหญ่ที่สุด ของนักวิทยาศาสตร์สายธรรมชาติ ไม่มีมนุษย์อาศัยอยู่อย่างถาวร มีนักวิทยาศาสตร์เดินทางมาทำการทดลองปีละ 3,000 คน เหล่านักวิทยาศาสตร์ต่างพากันมาสำรวจ เพราะที่นี่เหมือนเป็นหน้าต่างของอดีต ที่ทำให้รู้ว่าโลกเราเป็นอย่างไรมาก่อน ทวีปนี้จะเป็นแหล่งรับของเสียจากมนุษย์ ในกระบวนการดำรงชีวิตต่างๆของมนุษย์เรา ในเมื่อมนุษย์เราก็เป็นส่วนหนึ่งของธรรมชาติ เธอจึงขอเชิญชวนให้พวกเราลดการใช้โฟมวันละกล่อง เพื่อโลกของเรา
3 เทคนิคนำความสุขมากระแทกตัว – เทคนิคส่วนตัวที่ใช้แล้วได้ผล!
โดย @pawoot
ก่อนขึ้นมา @nuishow มีการจิกกัด @pawoot เล็กน้อยเรื่องการเผาสไลด์ ก่อนส่งมอบเวทีให้ชายหนุ่มพลังสูงคนนี้มาจุดประกายให้เราฟัง
@pawoot เริ่มจากการตั้งคำถามว่า ‘อะไรทำให้คุณไม่มีความสุข?’ ทำให้เราได้เห็นว่ามีปัญหาอยู่มากมายที่เกิดขึ้นกับเรา แต่หลักใหญ่ใจความสามารถแบ่งปัญหาได้เป็น 2 ประเภท คือปัญหาใน ‘อดีต’ กับ ‘อนาคต’ ก่อนที่จะแนะนำวิธีคลายทุกข์ด้วยการ มีสติ อยู่กับปัจจุบัน ปล่อยวางอดีตและอนาคตไปเสีย แล้วจึงแนะนำต่อให้เราคิดบวก อย่าไปคิดมาก ส่วนอีกเรื่องที่ทำให้คนไม่กล้ารับทำอะไรกัน เพราะกลัวว่าจะ “ทำไม่ได้” @pawoot แนะนำว่า มันต้องทำได้ จงพูดดี พูดคำที่สร้างพลังออกมา จากนั้นก็สรุปหลัก 3 ข้อ ในการสร้างความสุขดังนี้
- อยู่กับปัจจุบัน
- คิดบวก อย่าคิดมาก
- พูดดี คำพูดสร้างพลัง
วัยรุ่นสายพันธ์ใหม่ ใส่ใจจิตอาสา
โดย ชินวิทย์ โสดี
น้องชินมาเล่าเรื่องของกลุ่มจิตอาสากุนนที โดยตัวของเขานั้นในวันหยุดเสาร์-อาทิตย์ จะไปสีไวโอลินเปิดหมวกเพื่อรวบรวมเงินไปช่วยเหลือในกิจกรรมเพื่อสังคมต่างๆ น้องชินเชื่อในเรื่องการให้ เมื่อเราให้ เราก็ได้รับความสุขกลับมา เป็น Win-Win กับทุกฝ่าย น้องชินเล่าถึงเรื่องเด็กคนนึงในโรงพยาบาลผู้ช่วยทางสมอง ที่ร้องแต่ว่า ‘ตั๊บแก่~ ตั๊บแก่~’ แต่พอทางกลุ่มจะกลับแล้ว เขาก็มากอดแสดงความขอบคุณทางกลุ่ม มีเพื่อนคนนึงของน้องชิน ได้มาร่วมทำกิจกรรมนี้ด้วย น้องคนนี้ออกแนวติดหญิง มาร่วมงานนี้เพราะหวังหญิงเอาไว้ พอเพื่อนน้องชินคนนี้ได้ลองเล่านิทานให้เด็กพิการได้ฟัง เด็กพิการคนนึงก็ถามน้องคนนี้ว่า
“พี่คะ พี่ได้เรียนหนังสือมั้ยคะ?”
“เรียนสิน้อง ทำไมล่ะ?”
“พี่คะ หนูอยากเรียนหนังสือ”
ประโยคนี้ได้เปลี่ยนชีวิตของน้องคนนั้นไปตลอดกาล น้องชินบอกถึง idol ตัวอย่างของน้อง นั่นคือในหลวงของเรา น้องชินจะขอเดินตามรอยท้าวพ่อ น้องชินขอเชิญชวนให้วัยรุ่นทั้งหลาย ลองเปลี่ยนมาสร้างประโยชน์ให้กับผู้อื่นกันดีไหม? ถ้าทำได้ น้องชินเชื่อว่า สังคมจะดีขึ้นได้ แน่นอน
เป็นการพูดที่ให้จับใจคนฟังมากที่สุดอันนึงของงานนี้เลยครับ น้องเขามีอายุแค่ 17 ปี แต่วัยวุฒิของน้องชินและเพื่อนๆ โตเกินกว่าคนรุ่นเดียวกันอีกเป็นจำนวนมาก ขอปรบมือให้น้องเขาเลยครับ น่าชื่นชมและสนับสนุนเป็นที่สุด เป็นแรงบันดาลใจดีๆให้กับเหล่าผู้ใหญ่ที่ ‘อยากมีจิตอาสา’ ได้มากเลยครับ น้องชิน
ทำไมต้องสอนว่ายน้ำให้เด็กหูหนวก
โดย @kpayu
ครูยุ อดีตนักว่ายน้ำชุดเยาวชนทีมชาติไทย ผู้ผันตัวเองมาเป็นครูสอนว่ายน้ำเด็กออทิสติกและเด็กหูหนวก ตอนวัยเด็ก ครูยุเป็นพวก hyperactive มาก่อน ครูยุเล่าให้ฟังว่าในแต่ละปี มีเด็กไทยที่เสียชีวิตจากการจมน้ำ 3000 กว่าราย ทุกเช้าที่ตื่นขึ้นมา จะมีเด็กที่ไม่มีโอกาสได้พบกับคำว่าพรุ่งนี้เพราะจมน้ำวันละ 10 คน ครูยุเล่าให้ฟังถึงความพยายามที่จะเรียนภาษามือเพื่อสื่อสารกับเด็กหูหนวกให้ได้ พอเริ่มสอนเด็กออทิสติกและหูหนวกชุดแรก 40 คน มีเด็กที่สามารถว่ายน้ำได้ถึง 38 คน
เคยมีคนถามครูยุว่า “ทำไปทำไม?” เหมือนกัน ครูยุก็ให้คำตอบโดยการเล่าว่า มีเด็กคนนึงชื่อพลอย ครูเคยถามน้องเขาว่า “ทำไมอยากเรียนว่ายน้ำ?” น้องพลอยตอบว่า “หนูเคยจมน้ำ อยากฝึกว่ายน้ำทุกวัน”
…
แล้วมันก็เกิดเหตุไม่คาดฝันขึ้นกับตัวผมครับ จู่ๆแบตเตอรี่กล้องผมมันก็หมด ขณะที่กำลังกดชัตเตอร์อย่างเมามันอยู่ ผมรีบหยิบแบตสำรองออกมาใส่เข้าแทน ปัญหานี้ย่อมแก้ได้! แต่แล้ว…
ผมลืมชาร์จแบตสำรองครับ
ขณะที่กำลังเซ็งอารมณ์อยู่นั้น @kpayu ก็จุดประกายจบแล้ว @kpayu ได้รับเสียงปรบมือกึกก้องดังมาก ผมรู้สึกเสียดายเป็นที่สุดที่ผมไม่ได้ตั้งใจฟังจนจบ และยิ่งแค้นหนักเข้าไปอีก เมื่อคนต่อไปจะเป็น @iannnnn ที่ผมตั้งใจว่าจะมาดูโดยเฉพาะเลย
อาการคิดลบกำลังเริ่มก่อตัวขึ้นในใจของผม…
แล้ว @iannnnn ก็ได้ขึ้นเวทีครับ
…
เรื่องของอ๊อด
โดย @iannnnn
@iannnnn ตัดพ้อ @nuishow เล็กน้อยที่อุตส่าห์เล่า profile ของตัวเขาซะดิบดี แต่เรื่องที่จะนำมาเล่านี้ ไม่ได้จะช่วยจุดประกายอะไรยิ่งใหญ่กับเขาเลย @iannnnn เล่าเรื่องเพื่อนของเขาคนนึง ให้ชื่อว่า ‘อ๊อด’ อ๊อดเป็นคนที่มีคุณสมบัติประเภท ‘ซูเนโอะ‘ อย่างเป็นที่สุด กัดจิกเทรนด์ล่าสุดที่มีอยู่ตอนนี้ว่า อ๊อดจะต้องมีกับเขาให้ได้ ฮากันสุดๆ
พอ @iannnnn ลงจากเวทีไปแล้ว @nuishow ขึ้นมาถาม @iannnnn เลยว่า “นี่ ผมเป็นอ๊อดใช่ม้ายยย!?”
ฮ่าๆๆๆๆๆๆๆ
สไลด์ของ @iannnnn นั้นเป็นเอกลักษณ์อยู่แล้ว เพราะ @iannnnn วาดเองทุกหน้า เข้าใจง่าย ฮา และได้สาระมากกว่าที่คิด และมันทำให้ผมค้นพบว่า…
เมื่อผมวางกล้องเก็บลงกระเป๋าไป ใจของผมไม่ต้องพะวงกับกล้องอีกแล้ว ผมสามารถเปิดตา เปิดหู เปิดโสตรับรู้ ดูการจุดประกายของ igniter ได้อย่างเต็มที่
นี่เราพลาดมานานเลยนะเนี่ย… เพิ่งจะรู้
เครื่องบินหลากสี
โดย @aston_ed
@aston_ed ขึ้นมาจุดประกายทางความคิดในเรื่องเครื่องบินหลากสี เขานำกราฟ Maslow’s Hierarchy of need ของ Abraham Maslow มาแสดงให้ดู แล้วมองว่าจุดสูงสุดแห่งความต้องการของมนุษย์คือการได้รู้จักตัวเอง ซึ่ง @aston_ed มองว่า มันตรงกับหลักของพระพุทธเจ้าว่า ถ้าอยากรู้จักตัวเอง จงมีสติ @aston_ed เล่าต่อถึงเครื่องบิน หากเรามองจากระยะไกล เราจะเห็นตัวเครื่องบินลำหนึ่ง แต่ถ้าเราลองมองเข้าไปดูใกล้ๆ ดูแต่ละส่วนประกอบของสิ่งที่เรียกว่าเครื่องบิน แท้จริงแล้ว เครื่องบินก็ไม่มีหรอก มีแต่สิ่งที่มนุษย์อุปโลกณ์ขึ้นมาเท่านั้น มนุษย์ก็เช่นเดียวกัน ตัวตนที่แท้จริงของเรานั้น ไม่มี เราเป็นแค่การรวมตัวอยู่ชั่วคราวของขันธ์ 5 ถึงเวลาก็จะดับสลาย แล้วแยกจากกันไป
สิ่งที่เห็นไม่ใช่สิ่งที่เป็น
โดย คุณสนธิญาณ ชื่นฤทัยในธรรม
ต้องขออภัยคุณสนธิญาณที่ผมจับใจความการพรีเซนท์ไม่ได้ด้วย ต้องขอโทษด้วยนะครับ (ไว้วิดีโอของทีมงาน ignite อัพขึ้นแล้ว ผมจะมาสรุปอีกทีครับ)
คุณสนธิญาณ มีแบบทดสอบศักยภาพความคิดมาให้ลองทำกันตอนท้าย คำถามมีอยู่ว่า วงกลมนี้จะแยกได้ยังไง? คุณสนธิญาณเฉลยคำตอบแรกว่า บางคนอาจจะทำการตัดวงกลมออกเป็นชิ้นๆ แต่เขาคิดต่างไป เขานำวงกลมอีกมากมายมหาศาลมาซ้อนทับมันเรื่อยๆ จนพื้นที่ทั้งสไลด์กลายเป็น สีน้ำเงินลายวงกลมล้วนไปทั้งพื้น เขาชี้ว่าคนเราควรคิดนอกกรอบ
…
พักครึ่งเวลา…
ผมว่าคนอ่านหลายท่าน คงช๊อกตายกับความยาวของครึ่งแรกนี้ไปแล้ว
ผมให้ท่านพักหายใจ แล้วมาตามอ่านกันต่อในครึ่งหลังครับ
ปล. หากใครต้องการรายละเอียดในแต่ละการ ignite ที่ละเอียดยิบ ผมขอแนะนำให้ลองเข้าไปอ่าน Blog ของพี่อำเภอ
บันทึกงาน IgniteTH ปลุกพลังบวก เปลี่ยนประเทศไทย ช่วงที่ 1 กันครับ ละเอียดโคตรๆเลย
9 Comments
Trackbacks
- Positive Thinking to change Petsitive World « rawitat.com | Rawitat Pulam
- เรื่องดีๆมันจุดกันได้ - ครึ่งหลัง
- Ignite Thailand++ – วันนี้คุณคิดบวกกันหรือยัง ? | 108BLOG.NET
- บันทึกงาน IgniteTH ปลุกพลังบวก เปลี่ยนประเทศไทย ช่วงที่ 2 | Amphur.in.th
- Ignite Thailand++ รวมพลังคิดบวก เพื่อเปลี่ยนประเทศไทย | PatSonic
- Bakuman ตอนที่ 90

















แวะมาดูคนแรก อ่านยาวเลยคราวนี้ สุดยอดครับ
รออ่านครึ่งหลังค่ะ
แวะมาอ่านแล้วนะครับ